วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ใครอยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟเชิญทางนี้





เขาว่ากันว่า เงินทองมีมากมายลอยอยู่ในอากาศ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะหยิบมาเข้ากระเป๋าตัวเองได้แค่ไหน…

การจะหยิบเงินที่ว่าลอยอยู่รอบ ๆ ตัวเรา จำเป็นจะต้องอาศัยส่วนที่สำคัญ 2 สิ่งคือ มีตาที่สามารถจะมองเห็นได้ กับมีมือที่สามารถจะหยิบมาได้ แต่ถ้ามีมือที่ยาวไม่พอ ก็ต้องหาเครื่องมืออย่างอื่นมาช่วยสอยลงมา

การแข่งขันในทางธุรกิจ บางคนอาจจะมีได้แค่มือสั้น ๆ ในขณะที่บางคนมีอุปกรณ์ช่วยราคาแพง Full Options การหยิบเงินก้อนเดียวกัน ย่อมจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างแน่นอน อีกทั้งเงินที่ลอยต่ำ ๆ อยู่ใกล้ ๆ มือ ก็มักจะเป็นที่แย่งแข่งขันกัน กว่าจะถึงมือเรา คงจะเหลือแค่เศษ


ธุรกิจหนึ่งที่คนรุ่นใหม่หลายคนไฝ่ฝันอยากจะมี คือการได้เป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ซักร้านหนึ่ง อาจจะเป็นร้านที่มีบรรยากาศสบายน่านั่ง เงียบสงบ เพลงเพราะ ๆ กรุ่นกลิ่นกาแฟหอม ๆ

แต่ในโลกความเป็นจริงของธุรกิจร้านกาแฟ อาจจะไม่หวานหอมเหมือนซีรีน์เกาหลีเรื่อง Coffee Prince ก็เป็นได้

เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน โดยเฉพาะในย่านชุมชน หรือย่านคนทำงานต่าง ๆ เรามักจะเห็นร้านกาแฟ และบู้ทกาแฟ เปิดอยู่แทบจะทุกมุมถนน ทุกตึกสำนักงาน ร้านกาแฟสวย ๆ ในบรรยากาศเงียบสงบ อาจจะแฝงไปด้วยสีหน้าที่กังวลของเจ้าของร้าน หากไม่สามารถทำกำไรได้อย่างที่ต้องการ บางทีเพียงแค่การมีใจรัก มีความฝันอย่างเดียว อาจจะยังไม่พอที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ไม่ใช่ไม่พอที่จะทำกำไรร่ำรวย แต่อาจจะไม่พอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ด้วยซ้ำอย่างไรก็ตาม ธุรกิจกาแฟนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ว่างให้แทรกเลยเสียทีเดียว สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่คิดจะตั้งร้านกาแฟจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟ และธุรกิจด้านนี้ให้ครบทุกแง่ทุกมุม และวางกลยุทธในการสร้างจุดขายจุดเด่นที่จะดึงลูกค้ามาให้ได้

โดยทั่วไป เราสามารถที่จะเลือกทำร้านกาแฟได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นกับทำเลและเงินทุนที่เรามี เริ่มตั้งแต่ บู้ทขายกาแฟที่เรียกว่า คีออส (Kiosk) ที่ลงทุนเริ่มต้นเพียง 2-3 หมื่นบาท หรือ มุมกาแฟที่ขอเช่าพื้นที่ว่างของอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และสถานที่ต่าง ๆ หรือเป็น กระท่อมกาแฟขนาดเล็ก ที่อยู่ตามปั๊มน้ำมัน ไปจนถึง ร้านกาแฟแบบเต็มรูปแบบ ที่มีพื้นที่เฉพาะตัว มีการตกแต่งภายใน ด้วยเงินลงทุนสำหรับการตั้งร้านกาแฟขนาดกลาง ๆ ประมาณ 1.5-3 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น


งบประมาณอย่างคร่าว ๆ ในการลงทุนตั้งร้านกาแฟ



รายละเอียด ร้านกาแฟ สร้างใหม่บนที่ดินส่วนตัว ร้านกาแฟจากการเช่าคูหา มุมกาแฟในอาคารสนง. คีออส กาแฟ
1. ค่าก่อสร้าง (บาท) 500,000-1,000,000 - - 1-20,000
2. ตกแต่งภายใน และป้ายร้าน (บาท) 600,000 500,000 300,000 -
3. ค่าไฟฟ้า-ประปา (บาท) 120,000 100,000 5-80,000 -
4. เฟอร์นิเจอร์ (บาท) 100,000 100,000 5-80,000 -
5. เครื่องปรับอากาศ (บาท) 100,000 100,000 - -
6. อุปกรณ์กาแฟ เช่น เครื่องชง เครื่องบด เครื่องปั่น และเครื่องครัวต่าง ๆ (บาท) 2-400,000 2-400,000 1-200,000 25,000
7. วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ สำหรับครึ่งเดือน 50,000 50,000 30,000 15,000
8. เงินสดหมุนเวียนเบื้องต้น (บาท) 200,000 100,000 50,000 10,000
รวม (บาท) 1.7-3 ล้านบาท 1.5-2 ล้านบาท 5-700,000 6-70,000
Options
a. ค่าแฟรนไชส์ 400,000 400,000 200,000 รวมอยู่ในค่าอุปกรณ์และคีออส
b. ค่าอุปกรณ์ กรณีขายขนม หรือไอศกรีม 1-200,000 1-200,000 1-200,000 -

* ทั้งนี้ ไม่รวมค่าเช่าพื้นที่รายเดือน และ ค่าจ้างพนักงาน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของร้านนั้น ๆ



ต้นทุนของกาแฟต่อแก้ว

รายการ ค่าใช้จ่ายต่อแก้ว (บาท)
กาแฟ 4.00
นมข้นหวาน 1.20
นมสด 0.90
น้ำเชื่อม / น้ำตาล 0.10
น้ำแข็ง 0.20
บรรจุภัณฑ์ (แก้ว, ฝา, หลอด) 2.50
รวม 8.90

ค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้านกาแฟ

อุปกรณ์ ราคาโดยประมาณ (บาท)
เครื่องชงกาแฟ
- เครื่องเดี่ยวขนาดเล็ก แบบ Manual 20,000
- เครื่องเดี่ยวขนาดเล็ก แบบอัตโนมัติ 35,000
- เครื่องเดี่ยวขนาดใหญ่เกรด A Manual/อัตโนมัติ 80,000 – 100,000
- เครื่องชนิด 2 หัวชง Manual 100,000 – 150,000
- เครื่องชนิด 2 หัวชง อัตโนมัติ 150,000 – 200,000
เครื่องบดกาแฟ 15,000 – 30,000
เครื่องตีฟองนม 1,000 – 3,000
เครื่องปั่นน้ำผลไม้ 3,000 – 7,000

ข้อมูล และความรู้ต่าง ๆ ในการตั้งร้านกาแฟ และการชงกาแฟ เป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากในปัจจุบัน เพราะมีผู้แข่งขันกันให้บริการทางด้านนี้มากมายหลายเจ้า ทั้งที่ทำในรูปแบบของแฟรนไชส์ และที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟรนไชส์กัน

ส่วนใหญ่ เมื่อซื้อแฟรนไชส์ ก็จะรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ จากเจ้าของแฟรนไชส์ และรับการอบรมเรื่องการชงกาแฟ การทำร้านกาแฟ ตามที่เขากำหนดในเงื่อนไขด้วย สำหรับคีออสกาแฟ เมื่อซื้อแฟรนไชส์ 3-5 หมื่นบาท เราก็จะสามารถได้อุปรณ์ครบทุกอย่างที่พร้อมจะทำงานได้เลย ตั้งแต่บูท (รถเข็น) เครื่องชงกาแฟสด เครื่องบดกาแฟ ฯลฯ

ส่วนประเภทที่ให้บริการด้านอุปกรณ์ในการชงกาแฟโดยไม่ต้องทำแฟรนไชส์ เมื่อซื้อเครื่องชงกาแฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มักจะมีบริการสอนการชงกาแฟให้ฟรีด้วยเช่นกัน

ข้อมูลและเงินลงทุน จึงดูจะไม่ใช่ปัญหาในการเริ่มทำร้านกาแฟ แต่ปัจจัยสำคัญของร้านกาแฟที่จะประสบความสำเร็จได้ น่าจะอยู่ที่ การมีทำเลที่ดี ราคาที่เหมาะสม และการบริการที่ประทับใจ

การเลือกทำเลในการตั้งร้าน ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าเลือกทำเลที่มีลูกค้ามาก ๆ กำลังซื้อสูง ๆ เท่านั้น แต่ควรจะต้องศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคแถว ๆ นั้นด้วยว่า แถวนั้นคนชอบที่จะมานั่งกินสบาย ๆ ใช้เวลานาน ๆ ในร้าน หรือมานั่งไม่นานเพื่อเป็นจุดนัดพบ หรือชอบที่จะซื้อกลับไปกินที่อื่น ที่จอดรถจำเป็นหรือไม่ มีเพียงพอหรือไม่ บริเวณที่ใกล้กันมีร้านกาแฟ หรือคีออสขายกาแฟอยู่แล้วกี่ร้าน ราคา รสชาติเป็นอย่างไร ลูกค้าเป็นใคร พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือคนที่พักอาศัยแถวนั้น สิ่งเหล่านี้ จะมีส่วนในการกำหนดทิศทางว่าถ้าเราจะตั้งร้านกาแฟขึ้นมาอีกสักร้านตรงนั้น ควรจะเป็นร้านในลักษณะไหน จึงจะตรงกับความต้องการที่มีอยู่ บางครั้ง การเปิดร้านในย่านที่พักอาศัย อาจจะขายดีกว่าร้านกาแฟในย่านคนทำงานก็ได้ ถ้าหากเปิดได้ถูกจุด โดนใจ ไม่มีคู่แข่ง เช่นเดียวกับการกำหนดราคา ซึ่งก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย และลักษณะของย่านชุมชนที่ตั้งอยู่ด้วย

ร้านกาแฟหลายร้าน ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนขายไม่ได้เป็นคนชอบกินกาแฟเป็นพื้นฐาน เพียงแต่เปิดร้านกาแฟไปตามแฟชั่น เพราะคิดว่าใครทำก็รวยได้ ร้านแบบนี้ เจ้าของอาจจะไม่ได้เคยรู้ว่า กาแฟแบบไหนอร่อย-ไม่อร่อย เมล็ดกาแฟจากที่ต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร ขาดความเอาใจใส่ในการพัฒนารสชาติกาแฟให้อร่อย หอมหวลอยู่เสมอ การตั้งในที่ทำเลทอง แต่กาแฟไม่อร่อย ร้านก็อยู่ไม่ได้เช่นกันหรือบางแห่ง เจ้าของร้าน ปล่อยให้ลูกจ้างดูร้านโดยไม่เข้ามาดูแลด้วยตัวเองบ่อย ๆ ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับอารมณ์ของลูกค้าที่มาดื่มกาแฟในร้านจริง เจ้าของร้านจะไม่รู้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในร้าน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความประทับใจของลูกค้าได้ ถ้าคิดว่าร้านได้ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามแล้ว ลูกจ้างถูกอบรมมาดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูเลย อาจจะทำให้ร้านกาแฟไม่สามารถปรับบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้เราจึงอาจจะบอกได้ว่า การทำร้านกาแฟ เริ่มต้นไม่ยาก ลงทุนไม่สูง แต่การจะรักษาประคับประคองให้ธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวได้ มีลูกค้าประจำสม่ำเสมอ และเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องที่ต้องใช้ฝีมือในการบริหารจัดการ และใช้หัวใจที่รักกาแฟอย่างแท้จริง จึงจะประสบความสำเร็จได้



เขาว่ากันว่า เงินทองมีมากมายลอยอยู่ในอากาศ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะหยิบมาเข้ากระเป๋าตัวเองได้แค่ไหน…

การจะหยิบเงินที่ว่าลอยอยู่รอบ ๆ ตัวเรา จำเป็นจะต้องอาศัยส่วนที่สำคัญ 2 สิ่งคือ มีตาที่สามารถจะมองเห็นได้ กับมีมือที่สามารถจะหยิบมาได้ แต่ถ้ามีมือที่ยาวไม่พอ ก็ต้องหาเครื่องมืออย่างอื่นมาช่วยสอยลงมา

การแข่งขันในทางธุรกิจ บางคนอาจจะมีได้แค่มือสั้น ๆ ในขณะที่บางคนมีอุปกรณ์ช่วยราคาแพง Full Options การหยิบเงินก้อนเดียวกัน ย่อมจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างแน่นอน อีกทั้งเงินที่ลอยต่ำ ๆ อยู่ใกล้ ๆ มือ ก็มักจะเป็นที่แย่งแข่งขันกัน กว่าจะถึงมือเรา คงจะเหลือแค่เศษ


ธุรกิจหนึ่งที่คนรุ่นใหม่หลายคนไฝ่ฝันอยากจะมี คือการได้เป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ซักร้านหนึ่ง อาจจะเป็นร้านที่มีบรรยากาศสบายน่านั่ง เงียบสงบ เพลงเพราะ ๆ กรุ่นกลิ่นกาแฟหอม ๆ

แต่ในโลกความเป็นจริงของธุรกิจร้านกาแฟ อาจจะไม่หวานหอมเหมือนซีรีน์เกาหลีเรื่อง Coffee Prince ก็เป็นได้

เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน โดยเฉพาะในย่านชุมชน หรือย่านคนทำงานต่าง ๆ เรามักจะเห็นร้านกาแฟ และบู้ทกาแฟ เปิดอยู่แทบจะทุกมุมถนน ทุกตึกสำนักงาน ร้านกาแฟสวย ๆ ในบรรยากาศเงียบสงบ อาจจะแฝงไปด้วยสีหน้าที่กังวลของเจ้าของร้าน หากไม่สามารถทำกำไรได้อย่างที่ต้องการ บางทีเพียงแค่การมีใจรัก มีความฝันอย่างเดียว อาจจะยังไม่พอที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ไม่ใช่ไม่พอที่จะทำกำไรร่ำรวย แต่อาจจะไม่พอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ด้วยซ้ำอย่างไรก็ตาม ธุรกิจกาแฟนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ว่างให้แทรกเลยเสียทีเดียว สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่คิดจะตั้งร้านกาแฟจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟ และธุรกิจด้านนี้ให้ครบทุกแง่ทุกมุม และวางกลยุทธในการสร้างจุดขายจุดเด่นที่จะดึงลูกค้ามาให้ได้

โดยทั่วไป เราสามารถที่จะเลือกทำร้านกาแฟได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นกับทำเลและเงินทุนที่เรามี เริ่มตั้งแต่ บู้ทขายกาแฟที่เรียกว่า คีออส (Kiosk) ที่ลงทุนเริ่มต้นเพียง 2-3 หมื่นบาท หรือ มุมกาแฟที่ขอเช่าพื้นที่ว่างของอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และสถานที่ต่าง ๆ หรือเป็น กระท่อมกาแฟขนาดเล็ก ที่อยู่ตามปั๊มน้ำมัน ไปจนถึง ร้านกาแฟแบบเต็มรูปแบบ ที่มีพื้นที่เฉพาะตัว มีการตกแต่งภายใน ด้วยเงินลงทุนสำหรับการตั้งร้านกาแฟขนาดกลาง ๆ ประมาณ 1.5-3 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น


งบประมาณอย่างคร่าว ๆ ในการลงทุนตั้งร้านกาแฟ


รายละเอียด ร้านกาแฟ สร้างใหม่บนที่ดินส่วนตัว ร้านกาแฟจากการเช่าคูหา มุมกาแฟในอาคารสนง. คีออส กาแฟ
1. ค่าก่อสร้าง (บาท) 500,000-1,000,000 - - 1-20,000
2. ตกแต่งภายใน และป้ายร้าน (บาท) 600,000 500,000 300,000 -
3. ค่าไฟฟ้า-ประปา (บาท) 120,000 100,000 5-80,000 -
4. เฟอร์นิเจอร์ (บาท) 100,000 100,000 5-80,000 -
5. เครื่องปรับอากาศ (บาท) 100,000 100,000 - -
6. อุปกรณ์กาแฟ เช่น เครื่องชง
เครื่องบด เครื่องปั่น และเครื่องครัว
ต่าง ๆ (บาท) 2-400,000 2-400,000 1-200,000 25,000
7. วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ สำหรับครึ่งเดือน 50,000 50,000 30,000 15,000
8. เงินสดหมุนเวียนเบื้องต้น (บาท) 200,000 100,000 50,000 10,000
รวม (บาท) 1.7-3 ล้านบาท 1.5-2 ล้านบาท 5-700,000 6-70,000
Options
a. ค่าแฟรนไชส์ 400,000 400,000 200,000 รวมอยู่ในค่าอุปกรณ์และคีออส
b. ค่าอุปกรณ์ กรณีขายขนม หรือไอศกรีม 1-200,000 1-200,000 1-200,000 -

* ทั้งนี้ ไม่รวมค่าเช่าพื้นที่รายเดือน และ ค่าจ้างพนักงาน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของร้านนั้น ๆ



ต้นทุนของกาแฟต่อแก้ว

รายการ ค่าใช้จ่ายต่อแก้ว (บาท)
กาแฟ 4.00
นมข้นหวาน 1.20
นมสด 0.90
น้ำเชื่อม / น้ำตาล 0.10
น้ำแข็ง 0.20
บรรจุภัณฑ์ (แก้ว, ฝา, หลอด) 2.50
รวม 8.90

ค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้านกาแฟ

อุปกรณ์ ราคาโดยประมาณ (บาท)
เครื่องชงกาแฟ
- เครื่องเดี่ยวขนาดเล็ก แบบ Manual 20,000
- เครื่องเดี่ยวขนาดเล็ก แบบอัตโนมัติ 35,000
- เครื่องเดี่ยวขนาดใหญ่เกรด A Manual/อัตโนมัติ 80,000 – 100,000
- เครื่องชนิด 2 หัวชง Manual 100,000 – 150,000
- เครื่องชนิด 2 หัวชง อัตโนมัติ 150,000 – 200,000
เครื่องบดกาแฟ 15,000 – 30,000
เครื่องตีฟองนม 1,000 – 3,000
เครื่องปั่นน้ำผลไม้ 3,000 – 7,000

ข้อมูล และความรู้ต่าง ๆ ในการตั้งร้านกาแฟ และการชงกาแฟ เป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากในปัจจุบัน เพราะมีผู้แข่งขันกันให้บริการทางด้านนี้มากมายหลายเจ้า ทั้งที่ทำในรูปแบบของแฟรนไชส์ และที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟรนไชส์กัน

ส่วนใหญ่ เมื่อซื้อแฟรนไชส์ ก็จะรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ จากเจ้าของแฟรนไชส์ และรับการอบรมเรื่องการชงกาแฟ การทำร้านกาแฟ ตามที่เขากำหนดในเงื่อนไขด้วย สำหรับคีออสกาแฟ เมื่อซื้อแฟรนไชส์ 3-5 หมื่นบาท เราก็จะสามารถได้อุปรณ์ครบทุกอย่างที่พร้อมจะทำงานได้เลย ตั้งแต่บูท (รถเข็น) เครื่องชงกาแฟสด เครื่องบดกาแฟ ฯลฯ

ส่วนประเภทที่ให้บริการด้านอุปกรณ์ในการชงกาแฟโดยไม่ต้องทำแฟรนไชส์ เมื่อซื้อเครื่องชงกาแฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มักจะมีบริการสอนการชงกาแฟให้ฟรีด้วยเช่นกัน

ข้อมูลและเงินลงทุน จึงดูจะไม่ใช่ปัญหาในการเริ่มทำร้านกาแฟ แต่ปัจจัยสำคัญของร้านกาแฟที่จะประสบความสำเร็จได้ น่าจะอยู่ที่ การมีทำเลที่ดี ราคาที่เหมาะสม และการบริการที่ประทับใจ

การเลือกทำเลในการตั้งร้าน ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าเลือกทำเลที่มีลูกค้ามาก ๆ กำลังซื้อสูง ๆ เท่านั้น แต่ควรจะต้องศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคแถว ๆ นั้นด้วยว่า แถวนั้นคนชอบที่จะมานั่งกินสบาย ๆ ใช้เวลานาน ๆ ในร้าน หรือมานั่งไม่นานเพื่อเป็นจุดนัดพบ หรือชอบที่จะซื้อกลับไปกินที่อื่น ที่จอดรถจำเป็นหรือไม่ มีเพียงพอหรือไม่ บริเวณที่ใกล้กันมีร้านกาแฟ หรือคีออสขายกาแฟอยู่แล้วกี่ร้าน ราคา รสชาติเป็นอย่างไร ลูกค้าเป็นใคร พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือคนที่พักอาศัยแถวนั้น สิ่งเหล่านี้ จะมีส่วนในการกำหนดทิศทางว่าถ้าเราจะตั้งร้านกาแฟขึ้นมาอีกสักร้านตรงนั้น ควรจะเป็นร้านในลักษณะไหน จึงจะตรงกับความต้องการที่มีอยู่ บางครั้ง การเปิดร้านในย่านที่พักอาศัย อาจจะขายดีกว่าร้านกาแฟในย่านคนทำงานก็ได้ ถ้าหากเปิดได้ถูกจุด โดนใจ ไม่มีคู่แข่ง เช่นเดียวกับการกำหนดราคา ซึ่งก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย และลักษณะของย่านชุมชนที่ตั้งอยู่ด้วย

ร้านกาแฟหลายร้าน ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนขายไม่ได้เป็นคนชอบกินกาแฟเป็นพื้นฐาน เพียงแต่เปิดร้านกาแฟไปตามแฟชั่น เพราะคิดว่าใครทำก็รวยได้ ร้านแบบนี้ เจ้าของอาจจะไม่ได้เคยรู้ว่า กาแฟแบบไหนอร่อย-ไม่อร่อย เมล็ดกาแฟจากที่ต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร ขาดความเอาใจใส่ในการพัฒนารสชาติกาแฟให้อร่อย หอมหวลอยู่เสมอ การตั้งในที่ทำเลทอง แต่กาแฟไม่อร่อย ร้านก็อยู่ไม่ได้เช่นกันหรือบางแห่ง เจ้าของร้าน ปล่อยให้ลูกจ้างดูร้านโดยไม่เข้ามาดูแลด้วยตัวเองบ่อย ๆ ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับอารมณ์ของลูกค้าที่มาดื่มกาแฟในร้านจริง เจ้าของร้านจะไม่รู้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในร้าน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความประทับใจของลูกค้าได้ ถ้าคิดว่าร้านได้ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามแล้ว ลูกจ้างถูกอบรมมาดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูเลย อาจจะทำให้ร้านกาแฟไม่สามารถปรับบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้เราจึงอาจจะบอกได้ว่า การทำร้านกาแฟ เริ่มต้นไม่ยาก ลงทุนไม่สูง แต่การจะรักษาประคับประคองให้ธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวได้ มีลูกค้าประจำสม่ำเสมอ และเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า เป็นเรื่องที่ต้องใช้ฝีมือในการบริหารจัดการ และใช้หัวใจที่รักกาแฟอย่างแท้จริง จึงจะประสบความสำเร็จได้

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2551

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2551

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551

ของขวัญจากในหลวง

อย่าทำลายความหวังของใคร……เพราะอาจเหลืออยู่แค่นั้น …
รู้จักฟังให้ดี ……โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น …
จะคิดการใด……จงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย …
หัดทำสิ่งดีๆ……ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ …
จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น …
ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ช่าง……ไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ …
ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ “2” แต่อย่าให้ถึง “3”…
เราไม่ได้ต่อสู้กับคนโหดร้าย แต่เราต่อสู้กับความโหดร้ายในตัวคน …
เมื่อมีใครสวมกอดคุณ……ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน …
อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม …
ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น …
คงไว้ซึ่งความเป็น คนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น …
ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ …
อย่าวิจารณ์นายจ้าง……ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ …
คำนึงถึงการมีชีวิต “กว้างขวาง” มากกว่าการมีชีวิต “ยืนยาว” …

ชายชรากับลังเหล็ก

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีคุณลุงอยู่ท่านหนึ่ง ในช่วงวัยหนุ่มคุณลุงท่านนี้เป็นหัวหน้าคนงานอยู่ในเหมืองทองคำมีรายได้ดีมาก แต่คุณลุงท่านนี้ไม่เคยเก็บเงินเลยมีเท่าไรก็ใช้หมด เนื่องจากคุณลุงเป็นคนจิตใจดี ใครมาหยิบยืมก็ให้ เลี้ยงเพื่อนฝูงตลอด คุณลุงมีเพื่อนเยอะมาก จนกระทั่งคุณลุงท่านนี้เกษียณอายุจากการทำงาน ปรากฎว่าไม่มีเงินเหลือเลยจากชีวิตการทำงานอันยาวนาน คุณลุงมีลูกอยู่ 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงินก็จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่บ้านลูก ๆ ทั้ง 5 คน

วันจันทร์ก็ไปอยู่บ้านลูกสาว ก็ถูกลูกเขยพูดจากระทบกระเทียบ เช่น “ทำไมคุณพ่อคุณไม่ไปบ้านลูกคนอื่นบ้างนะ ผมจะทำอะไรก็อึดอัดจริง ๆ” วันอังคารก็ไปอยู่บ้านลูกชาย ก็ถูกหลานและลูกสะใภ้กระทบกระเทียบ เช่น “รำคาญคุณปู่จังเลยกับข้าวที่หนูชอบดูสิคุณปู่ทานหมดเลย ทำไมคุณปู่ไม่ไปอยู่บ้านอื่นบ้าง” เป็นเช่นนี้ตลอด คุณลุงก็เปลี่ยนไปอยู่บ้านลูกคนนั้นทีคนนี้ที ก็ถูกลูกบ้าง ลูกเขยบ้าง ลูกสะใภ้บ้าง หลานบ้างพูดจาถากถางอยู่ตลอด แต่คุณลุงก็ต้องทน เพราะคุณลุงไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียว อยู่มาวันหนึ่ง คุณลุงตัดสินใจเรียกลูก ๆ ทุกคนมาแล้วบอกว่า “พ่อจะไม่อยู่สัก 2 ปีนะลูก เพราะเพื่อนพ่อที่เป็นเจ้าของเหมืองทองคำมันเขียนจดหมายมาขอร้องพ่อไปช่วยงานที่เหมืองทองคำของมัน พ่อจำเป็นต้องไปช่วยเขาจริง ๆ” ลูก ๆ ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจสนับสนุนเพื่อให้คุณลุงท่านนี้ไปให้พ้น ๆ จะได้ไม่เป็นภาระอีกต่อไป เมื่อครบ 2 ปี คุณลุงท่านนี้ก็กลับมาพร้องกับลังเหล็กใบใหญ่ 1 ใบ ไปไหนแกก็ลากไปด้วย ลูก ๆ ก็พากันแปลกใจและถามว่า “ลังอะไร” คุณลุงตอบว่า “เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ได้มาจากเหมืองทองคำของเพื่อน ถ้าใครดูแลพ่อจนถึงวาระสุดท้าย ก็จะมอบสมบัติในลังเหล็กให้ทั้งหมด” ปรากฎว่าลูก ๆ พากันตื่นเต้นต่างอาสามาดูแลคุณพ่อกันยกใหญ่

วันจันทร์คุณลุงก็อยู่กับลูกสาวคนโต ลูกเขยกับหลานก็พากันเอาใจบีบนวดให้ หาของกินดี ๆ มาให้ แต่ยังไม่ทันไรลูกชายคนที่สองก็มาตามให้ไปอยู่ด้วย และก็เช่นกันยังไม่ทันไรลูกสาวคนที่สามก็มาตามให้ไปอยู่ด้วยกันอีก ปรากฎว่าลูก ๆ ทั้ง 5 คนของคุณลุงต่างแย่งกันเอาใจและปรนนิบัติคุณลุงท่านนี้อย่างดี แต่เวลาไปไหนคุณลุงก็จะลากลังเหล็กใบนี้ไปด้วยตลอดเวลาผ่านไป 7 ปี คุณลุงท่านนี้เสียชีวิตลง หลังงานพิธีศพลูก ๆ ทุกคนพากันมานั่งล้อมลังเหล็กใบนี้เพื่อแบ่งสมบัติกัน ลูกสาวคนโตเป็นคนเปิดฝาลังเหล็ก พบว่ายังมีผ้าสีขาวปิดอยู่อีกชั้นหนึ่ง และมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ลูกสาวคนโตก็เปิดอ่านให้น้อง ๆ ฟัง เนื้อความในจดหมายเขียนว่า..... “ถึงลูก ๆ ที่รักทุก ๆ คน ก่อนอื่นพ่อต้องขอขอบคุณก้อนหินทุก ๆ ก้อนในลังเหล็กใบนี้ ที่ได้เลี้ยงดูชีวิตพ่อจนถึงวาระสุดท้าย พ่อขอให้ลูก ๆ แบ่งก้อนหินในลังเหล็กใบนี้ไปคนละเท่า ๆ กัน เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้พวกเจ้าหมั่นเก็บออมเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่เวลาพวกเจ้าแก่ตัวลงจะได้ไม่มีชีวิตที่น่าสมเพชเยี่ยงพ่อ”

รักลูก

จากพ่อ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าประมาทและอย่าคาดหวังว่าใครจะเลี้ยงดูเรา ให้เร่งเก็บออมเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้มีชีวิตบั้นปลายที่สุขสบายได้ฟังนิทานเรื่องนี้ทีไรให้รู้สึกสะท้อนใจทุกครั้ง แต่ไม่เคยคิดว่าเป็นเพียงนิทาน เพราะเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นกับทุกคนที่ไม่เตรียมเก็บออมเงินเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ


พึ่งพาใครไหนเล่า จะดีเท่าพึ่งพาตัวเราเอง